<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>WOOPMAG.COM &#187; คุยแซ่บShow</title>
	<atom:link href="https://www.woopmag.com/?feed=rss2&#038;tag=%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%8B%E0%B9%88%E0%B8%9Ashow" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://www.woopmag.com</link>
	<description>Entertainment and Lifestyle online magazine</description>
	<lastBuildDate>Fri, 19 Jun 2026 12:22:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.5.1</generator>
		<item>
		<title>“มาย-อาโป” เปิดใจ ฮอตระดับโกลบอล สร้างมูลค่าสื่อให้แบรนด์ระดับโลกกว่า 159.9 ล้าน!</title>
		<link>https://www.woopmag.com/?p=81727</link>
		<comments>https://www.woopmag.com/?p=81727#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Aug 2023 06:47:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[TV-MOVIE-MUSIC]]></category>
		<category><![CDATA[MileApo]]></category>
		<category><![CDATA[MilePhakphum]]></category>
		<category><![CDATA[Nnattawin]]></category>
		<category><![CDATA[คุยแซ่บShow]]></category>
		<category><![CDATA[มายอาโป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.woopmag.com/?p=81727</guid>
		<description><![CDATA[“มาย-อาโป” เปิดใจ ฮอตระดับโกลบอล สร้างมูลค่าสื่อให้แบรนด์ระดับโลกกว่า 159.9 ล้าน! “มาย ภาคภูมิ” และ “อาโป ณัฐวิญญ์” สองนักแสดงสุดฮอต ระดับโกลบอล ที่วันนี้จะมาย้อนเล่าวีรกรรมวัยเด็ก ไม่สนใจการเรียน พร้อมเปิดเส้นทางในวงการบันเทิงนานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นนักแสดงแถวหน้า สร้างมูลค่าสื่อให้กับแบรนด์ระดับโลก ได้มากกว่า 159.9 ล้านบาท ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ &#160; ซีรีส์ที่เล่นชื่อว่าคินน์พอร์ชเดอะซีรีส์ ดังทั่วโลก กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ ทั้งคู่ไม่เคยใฝ่ฝันเลยว่าจะเป็นดารา ตอนวัยเด็กอยากเป็นอะไร? มาย : ตอนเด็กอยากเป็นวิศวโยธา ตอนเด็กผมเคยมีญาติ ญาติพาไปเที่ยว เห็นเขาทำฝาย ผมก็มีความใฝ่ฝันอยากทำฝาย ดูเท่ &#160; อาโป : ผมโนไอเดียเลย ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไร อยากเป็นอะไร พ่อแม่การศึกษาไม่ได้สูง เขาก็แค่อยากให้ลูกเรียนในสิ่งที่คิดว่ามันมั่นคง เป็นหมอหรืออะไรแบบนี้ เราก็รู้ลึกๆ ว่ามันไม่น่าเหมาะกับเรา มันก็เลยเคว้ง เหมือนอยู่ในครอบครัวที่เขาคาดหวัง เราก็งงอยู่พักใหญ่ๆ ตอนเด็กเป็นไง ตั้งใจเรียนมั้ย? อาโป : ตอนเด็กผมแสบมาก ไม่ค่อยเอาอะไรเลย ส่วนใหญ่จะเอาแต่กิจกรรม ชอบออกไปเล่นบาส จะเล่นตลอดเวลา ถ้าใครเห็นภาพวัยเด็ก จะเห็นว่าผิวคล้ำเลย &#160; ถึงขั้นไม่วางแผนว่าชีวิตจะเรียนต่ออะไร? อาโป : ตอนเข้าธรรมศาสตร์วิศวะได้ อันนั้นคือตามเพื่อน ผมไม่ได้ชอบ โปชอบจินตนาการ ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ อีก 5-10 ปีเรายังทำมันอยู่มั้ย มันก็จินตนาการได้ว่าเฮ้ย เราไม่น่าทำงานที่นั่งอยู่ในออฟฟิศได้แน่นอน ก็เลยตัดสินใจออกซะ เรียนไปปีนึงแล้วออก ตอนนั้นเราสร้างภาพว่าเราคงไม่ทำงานที่เป็นรูทีน ทำงานซ้ำๆ วนไปวนมา &#160; ออกแล้วไปอยู่ไหน? อาโป : มีช่วงที่ว่างไปปีสองปี ช่วงนั้นใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงมาก เพื่อค้นหาชีวิตว่าเราชอบอะไร เราอยากเป็นอะไร ตื่นมาก็ไปวิ่งเล่น ไปเล่นสเก็ตบอร์ด พอตกเย็นก็ไปดื่ม วนๆ อย่างนี้ &#160; มาย : สมัยก่อนไม่ชวนบ้าง (หัวเราะ) พูดเล่นๆ &#160; พ่อแม่ช็อกมั้ย? อาโป : เราไม่ค่อยบอกเขา แต่ก่อนเราไม่สนิทกันมาก เราก็เลยอยู่กับตัวเองอยู่กับเพื่อน มายก็ไม่เบานะ ความแสบของคุณ? มาย : คนอาจคิดว่าผมแสบ แต่จริงๆ ผมแค่อยากเรียนรู้ชีวิต แต่เร็วไปนิดนึง เด็กๆ เป็นเด็กเรียน ไปแข่งเลข ชอบแข่งเลขมาก เราก็รู้จักกีต้าร์ เริ่มรู้จักคำว่าบันเทิง ก็ค่อยๆ ไหลไป แล้ววันนึงสอบเข้าม. 4 ทีนี้เกิดอาการโฮมซิก ไปโรงเรียนแล้วไม่ค่อยแฮปปี้ คิดถึงบ้าน จริงๆ ผมกาฬสินธุ์ มาเรียนต่อกรุงเทพฯ ตอนม.4 เราก็โหวงๆ คิดถึงบ้าน แต่เราก็ไม่อยากทำให้ที่บ้านเป็นห่วง ไม่ได้บอกอะไรเขาเลย แต่ใช้วิธีเอาสิ่งไม่ดีออกด้วยการไปหาอะไรทำระหว่างที่ต้องเรียน ไปตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ชวนคุยกับคน ชวนคุยกับป้าขายลูกชิ้น คนกวาดถนน แท็กซี่ หรือใครก็ตามที่เขาเพิ่งเลิกงาน ตอนนี้เพิ่งม. 4 ม.5 แต่ข้อเสียคือไม่ได้เข้าเรียนเลย เทอมนึงน่าจะ 20 เปอร์เซ็นต์ของเทอมที่เข้า ม.4 ม.5 ก็หนักอยู่ครับ ก็เรียกผู้ปกครอง พอแม่รู้เราก็รู้ว่าเขาเป็นห่วงเราแล้ว เราก็ค่อยๆ ยอมๆ ไป แล้วก็ปรับตัวตามกาลเวลา กลับมาตั้งใจเรียน &#160; ถือว่าเป็นคนหัวดีทั้งคู่ คนนึงตามเพื่อนไปถึงธรรมศาสตร์ คนนึงถึงเกเร แต่ก็อยู่เตรียม เอ็นติดด้วย? มาย : เข้ามธ. เด็กวารสาร &#160; ทำไมไม่เข้าวิศวะล่ะ? มาย : พอคุยกับคนเยอะๆ ปุ๊บ รู้สึกว่าจริงๆ ชีวิตมีอะไรเยอะแยะมาก เรารู้สึกชอบคุย ชอบสัมภาษณ์คน อยากเป็นนักข่าวเหรอ? มาย : ณ จุดนั้นเราอยากเป็นนักข่าว รู้สึกว่าชีวิตมีหลากหลายมาก ถ้าเราได้ถ่ายทอดจากคนที่ไม่มีโอกาสได้พูดออกไป เราบอกแทนเขา เช่นนักข่าวก็น่าจะดี หรือไม่ก็ชอบตัวเลขอยู่หรือบัญชีดีวะ ก็ชั่งใจอยู่พักใหญ่ๆ &#160; อาโปดื่มแอลกอฮอล์แทนน้ำ? อาโป : เป็นช่วงเรียนรู้ชีวิต ว่าถ้าเราทำพฤติกรรมแบบนี้บ่อยๆ เราจะชอบมั้ย เราก็ลองดื่มมันแทนน้ำเลย แล้วดูว่าเราชอบมันมั้ย แล้วพอทำไป ก็ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบกับการดื่มแอลกอฮอล์ เราไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนี้ ณ ตอนนั้นยืนมองตัวเองในกระจก แล้วเข้าใจได้ว่าเราหยุด เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอลล์แล้ว &#160; บางคนดื่มแล้วจะไหลไปกับสิ่งนั้น อะไรทำให้เราหยุด พอ บางคนกว่าจะรู้และถามตัวเองว่าชอบไม่ชอบ มันสายไปแล้ว จุดหันมาคิดมองตัวเองคืออะไร? อาโป : โปว่าโชคดีที่บ้านโป เขาธรรมะธัมโม เขาจะฝึกเรื่องสติ ศีลธรรม เขาสอนเราอยู่ตลอด ทำให้เราฉุกคิดได้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่มันถูกต้องกับตัวเองมั้ย อยู่ดีๆ ก็คิดขึ้นได้ ว่าสิ่งที่เราทำเรามีความสุขมั้ย ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ &#160; แล้วมาเป็นนักแสดงได้ยังไง? อาโป : พอดีช่วงที่ค้นหาชีวิต เราบังเอิญเจอผู้จัดการคนเก่า คือพี่เบิ้ม เขาก็พาไปเดินแบบ เดินอยู่สักพัก ตอนนั้นเขาให้ไปแคสที่ช่อง 3 บังเอิญแคสไม่ผ่าน เขาก็เลยบังเอิญไปเจออีกคน คือพี่หนุ่ม กฤษณ์ ตอนนั้นกำลังจะถ่ายสุดแค้นแสนรัก เขาให้ไปแคสเรื่องนั้น ที่เล่นกับพี่เบนซ์ด้วย นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ได้เป็นนักแสดง นั่นคือเรื่องแรก แคสกับช่องไม่ผ่าน แต่แคสกับพี่หนุ่ม พี่หนุ่มบอกว่าต้องเป็นบทคู่แฝด แล้วโปดันไปคล้ายกับอีกคนนึง เขาก็เลยให้มาลองดู แล้วส่งไปเรียนการแสดง ซึ่งผ่านมา 10 ปีพอดี พี่เบนซ์ยังสวยเหมือนเดิม (เบนซ์บอกว่าอาโปมีแววอยู่แล้ว เป็นคนขี้สงสัยแล้วก็จะถามเลย เด็กบางคนไม่ได้ถาม บอกมาก็เล่นตามนั้น แต่อาโปเป็นเด็กขี้สงสัย ซึ่งเป็นข้อดีเพราะพอถามแล้วได้ความรู้ กว่าจะจบเขาก็เล่นเก่งเลย &#160; หลังเรื่องสุดแค้นก็ได้เล่นอีกหลายเรื่อง แล้วอะไรทำให้ตัดสินใจออกไปใช้ชีวิตใหม่ ก้าวใหม่ของชีวิต? อาโป : ต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนนั้นพอเล่นสุดแค้นเสร็จ บังเอิญได้ไปเล่นกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เรื่องเลือดมังกร แล้วเล่นกับพี่นก ฉัตรชัย พี่นกเขามีแพชชั่นทางด้านแสดง ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่าถ้าเราจะเอาอันนี้เป็นอาชีพ เราต้องทำยังไงกับมันบ้าง ต้องตั้งคำถามยังไง ต้องศึกษายังไงกับการเป็นตัวละคร เลยเป็นจุดเริ่มต้นว่าเราจะเอาดีด้านนี้แล้วนะ เราทำมาเรื่อยๆ ก็คิดว่าการละครไม่ตอบโจทย์เรา สมมติปีนึงมีพีเรียดนึง มี 3 พาร์ต เขาถ่ายพาร์ตละ 2-3 เรื่อง มันทำให้เราไม่มีเวลาไปใช้ชีวิตอย่างอื่น ตอนนั้นอยู่มา 2-3 ปีแล้ว ช่วงที่ผ่านมาเราถ่ายแต่ละคร ไม่ได้ทำอะไรเลย เราก็คิดว่าเฮ้ย ชีวิตเรามีแค่นี้เองเหรอ เราอยากออกไปเจอโลกบ้าง ได้เรียนรู้มุมอื่นบ้าง อยากไปทำงานที่ทุกคนทำงานอย่างละเอียดอ่อน เราเป็นเด็กช่างสงสัย ก็จะถามตัวเองตลอด ทำไมถึงเป็นอันนี้ไม่ได้ ทำไมถึงได้แค่นี้ นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสินใจว่าที่นี่ไม่เหมาะกับเรา เราก็เลยย้ายไป ตอนนั้นตัดสินใจออก เก็บของ ขายทุกอย่างทิ้งที่เมืองไทย แล้วไปอยู่ที่นิวยอร์ก มายเข้าวงการได้ยังไง? มาย : พอเรียนวารสารเราก็เปิดใจว่าจริงๆ ต้องหาอะไรทำ ระหว่างเรียน เราจะได้เรียนรู้หน้างานด้วยนอกจากวิชาการ การไปคุยกับคนต่างๆ ก็ได้มายด์เซ็ตว่าเราควรเปิดใจกับทุกอย่างที่เข้ามา เพราะโลกกว้างมาก ก็เริ่มไปเป็นดีเจคลื่นวิทยุคลื่นนึงตอน 18 เราก็คุยหมดเลย ช่างแต่งหน้าวันนั้นก็ยังแต่งหน้าวันนี้ คนแรกกับปัจจุบันก็เป็นคนเดียวกัน เราก็รู้สึกว่าวงการบันเทิงมีหลากหลาย พอมีอะไรมาก็ไปแคส บวกกับความใจดีของเรามั้ง เวลาใครบอกไปทำนี่ให้หน่อยสิ เราก็ไปทำ โดยเราไม่ได้คาดหวังว่าจะดังหรือได้เงิน เพราะเราทำโดยไม่ได้ต้องการเรื่องตรงนั้นสักเท่าไหร่ เหมือนคินน์พอร์ชเหมือนกัน เราก็แค่ไปช่วยเขา เพราะเขาบอกว่าบทนี้มาจากบุคลิกเราบางอย่าง เพราะนักเขียนรู้จักเรา ก่อนรู้จักนักเขียนก็เป็นโปรดิวเซอร์รายการ เขาก็ชวนเราไปออกรายการเขา แล้วเขาก็เห็นแค่นั้นเอง เราก็ไปสิ แต่ไม่มีใครรู้จักพี่นะ ไปได้มั้ย ก็ไปช่วยกัน หลังจากนั้นสองเดือนเขาก็ติดต่อมาอีก ว่ามีนิยายที่เขาเขียน เขาอยากทำเป็นซีรีส์ เขาเขียนจากตัวมายประมาณใหญ่ๆ เลยแหละ ลองไปแคสให้ดู แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเล่นหรือเปล่านะ เพราะไม่รู้แอ็กติ้งได้ดีขนาดไหน ก็ลองดู แล้วก็ลุย มาถึงตอนนี้ &#160; อาโปไปทำอะไรอยู่อเมริกา? อาโป : เราอยากเปลี่ยนมุมมองใหม่ทั้งหมด ตอนเล่นละครมา ก็จะมีระบบที่เขาบอกว่าคุณต้องวางตัวแบบนี้ คุณต้องเป็นแบบนี้ ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ จริงๆ เราคือมนุษย์ เราควรทรีตทุกคนเท่ากัน เราควรใช้ชีวิตปกติได้สิ เราก็เลยตั้งใจไปที่นั่น แล้วขาดการติดต่อกับคนฝั่งนี้ เมื่อก่อนเรามีผู้จัดการ แต่ ณ วันนี้เราต้องดีลทุกอย่างด้วยตัวเอง เวลาเราอยากได้อะไร มันเลยเหมือนต้องคิดเป็นระบบมากขึ้น พอไปปั๊บก็คิดว่าถ้าวันนึงเราประสบอุบัติเหตุ เราเป็นนักแสดงไม่ได้ เราทำอะไรได้บ้าง ณ วันนั้นฉุกคิดมาว่าเราทำอะไรไม่เป็นเลยนี่หว่า เราเป็นนักแสดงได้อย่างเดียว เราก็เริ่มค้นหาว่าเราเป็นอะไรได้บ้าง เราเลยไปลองถูพื้น เป็นแคชเชียร์ เป็นบาร์เทนเดอร์ ก็คิดว่าเป็นชีวิตอีกแบบนึง นี่คือมนุษย์จริงๆ เพราะเรื่องภาพลักษณ์ที่เรามี เรื่องหน้าตาที่อื่นเขาไม่รู้จักเรา เขาไม่แคร์เราเลย เขาทรีตเราเป็นมนุษย์คนนึง ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าจริงๆ มนุษย์คืออะไร ซึ่งสิ่งนั้นแหละทำให้เราอยากลองไปแคสเป็นนักแสดงที่นั่น ต่อให้เวิร์กหรือไม่เวิร์กอย่างน้อยเราได้ลองทำ บังเอิญโควิดเข้า เสน่ห์นิวยอร์กคือคนพลุกพล่าน พอทุกคนหยุดแล้วหายหมดเลย เราก็เฮ้ย เสน่ห์หายไป เราไปทำอย่างอื่นดีกว่า ก็คิดว่ากลับมาที่เมืองไทยดีกว่า บังเอิญตอนนั้นมีคินน์พอร์ชเปิดให้แคส เราก็เลยไปแคส แล้วบังเอิญได้เล่น จนทุกวันนี้ &#160; อยู่นานมั้ย? อาโป : ประมาณ 6 เดือน &#160; เหมือนเส้นทางชีวิตต้องมาทางนี้ เขาดังมากจริงๆ คินน์พอร์ชเดอะซีรีส์ โด่งดังถึงขนาดไปเล่นคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์? อาโป : ไปหลายเมือง มีไทเป สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ ...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3615.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81733" alt="IMG-3615" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3615-1024x683.jpg" width="620" height="413" /></a></p>
<p>“มาย-อาโป” เปิดใจ ฮอตระดับโกลบอล สร้างมูลค่าสื่อให้แบรนด์ระดั<wbr />บโลกกว่า 159.9 ล้าน!</p>
<iframe width="550" height="300" src="http://www.youtube.com/embed/SM_4xDRseZk?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>
<p>“มาย ภาคภูมิ” และ “อาโป ณัฐวิญญ์” สองนักแสดงสุดฮอต ระดับโกลบอล ที่วันนี้จะมาย้อนเล่าวีรกรรมวั<wbr />ยเด็ก ไม่สนใจการเรียน พร้อมเปิดเส้นทางในวงการบันเทิ<wbr />งนานกว่า 10 ปี จนกลายเป็นนักแสดงแถวหน้า สร้างมูลค่าสื่อให้กับแบรนด์<wbr />ระดับโลก ได้มากกว่า 159.9 ล้านบาท ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31 ที่มี เบนซ์ พรชิตา และ บูม สุภาพร เป็นพิธีกรดำเนินรายการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ซีรีส์ที่เล่นชื่อว่าคินน์พอร์<wbr />ชเดอะซีรีส์ ดังทั่วโลก กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ ทั้งคู่ไม่เคยใฝ่ฝันเลยว่าจะเป็<wbr />นดารา ตอนวัยเด็กอยากเป็นอะไร?</p>
<p>มาย : ตอนเด็กอยากเป็นวิศวโยธา ตอนเด็กผมเคยมีญาติ ญาติพาไปเที่ยว เห็นเขาทำฝาย ผมก็มีความใฝ่ฝันอยากทำฝาย ดูเท่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาโป : ผมโนไอเดียเลย ไม่รู้เลยว่าจะทำอะไร อยากเป็นอะไร พ่อแม่การศึกษาไม่ได้สูง เขาก็แค่อยากให้ลูกเรียนในสิ่<wbr />งที่คิดว่ามันมั่นคง เป็นหมอหรืออะไรแบบนี้ เราก็รู้ลึกๆ ว่ามันไม่น่าเหมาะกับเรา มันก็เลยเคว้ง เหมือนอยู่ในครอบครัวที่<wbr />เขาคาดหวัง เราก็งงอยู่พักใหญ่ๆ</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3613.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81732" alt="IMG-3613" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3613-1024x683.jpg" width="620" height="413" /></a> <a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3612.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81731" alt="IMG-3612" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3612-1024x683.jpg" width="620" height="413" /></a></p>
<p>ตอนเด็กเป็นไง ตั้งใจเรียนมั้ย?</p>
<p>อาโป : ตอนเด็กผมแสบมาก ไม่ค่อยเอาอะไรเลย ส่วนใหญ่จะเอาแต่กิจกรรม ชอบออกไปเล่นบาส จะเล่นตลอดเวลา ถ้าใครเห็นภาพวัยเด็ก จะเห็นว่าผิวคล้ำเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถึงขั้นไม่วางแผนว่าชีวิตจะเรี<wbr />ยนต่ออะไร?</p>
<p>อาโป : ตอนเข้าธรรมศาสตร์วิศวะได้ อันนั้นคือตามเพื่อน ผมไม่ได้ชอบ โปชอบจินตนาการ ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้ อีก 5-10 ปีเรายังทำมันอยู่มั้ย มันก็จินตนาการได้ว่าเฮ้ย เราไม่น่าทำงานที่นั่งอยู่<wbr />ในออฟฟิศได้แน่นอน ก็เลยตัดสินใจออกซะ เรียนไปปีนึงแล้วออก ตอนนั้นเราสร้างภาพว่าเราคงไม่<wbr />ทำงานที่เป็นรูทีน ทำงานซ้ำๆ วนไปวนมา</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ออกแล้วไปอยู่ไหน?</p>
<p>อาโป : มีช่วงที่ว่างไปปีสองปี ช่วงนั้นใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงมาก เพื่อค้นหาชีวิตว่าเราชอบอะไร เราอยากเป็นอะไร ตื่นมาก็ไปวิ่งเล่น ไปเล่นสเก็ตบอร์ด พอตกเย็นก็ไปดื่ม วนๆ อย่างนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>มาย : สมัยก่อนไม่ชวนบ้าง (หัวเราะ) พูดเล่นๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>พ่อแม่ช็อกมั้ย?</p>
<p>อาโป : เราไม่ค่อยบอกเขา แต่ก่อนเราไม่สนิทกันมาก เราก็เลยอยู่กับตัวเองอยู่กั<wbr />บเพื่อน</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3616.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81728" alt="IMG-3616" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3616-683x1024.jpg" width="620" height="929" /></a></p>
<p>มายก็ไม่เบานะ ความแสบของคุณ?</p>
<p>มาย : คนอาจคิดว่าผมแสบ แต่จริงๆ ผมแค่อยากเรียนรู้ชีวิต แต่เร็วไปนิดนึง เด็กๆ เป็นเด็กเรียน ไปแข่งเลข ชอบแข่งเลขมาก เราก็รู้จักกีต้าร์ เริ่มรู้จักคำว่าบันเทิง ก็ค่อยๆ ไหลไป แล้ววันนึงสอบเข้าม. 4 ทีนี้เกิดอาการโฮมซิก ไปโรงเรียนแล้วไม่ค่อยแฮปปี้ คิดถึงบ้าน จริงๆ ผมกาฬสินธุ์ มาเรียนต่อกรุงเทพฯ ตอนม.4 เราก็โหวงๆ คิดถึงบ้าน แต่เราก็ไม่อยากทำให้ที่บ้านเป็<wbr />นห่วง ไม่ได้บอกอะไรเขาเลย แต่ใช้วิธีเอาสิ่งไม่ดีออกด้<wbr />วยการไปหาอะไรทำระหว่างที่ต้<wbr />องเรียน ไปตามสถานที่สาธารณะต่างๆ ชวนคุยกับคน ชวนคุยกับป้าขายลูกชิ้น คนกวาดถนน แท็กซี่ หรือใครก็ตามที่เขาเพิ่งเลิกงาน ตอนนี้เพิ่งม. 4 ม.5 แต่ข้อเสียคือไม่ได้เข้าเรี<wbr />ยนเลย เทอมนึงน่าจะ 20 เปอร์เซ็นต์ของเทอมที่เข้า ม.4 ม.5 ก็หนักอยู่ครับ ก็เรียกผู้ปกครอง พอแม่รู้เราก็รู้ว่าเขาเป็นห่<wbr />วงเราแล้ว เราก็ค่อยๆ ยอมๆ ไป แล้วก็ปรับตัวตามกาลเวลา กลับมาตั้งใจเรียน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ถือว่าเป็นคนหัวดีทั้งคู่ คนนึงตามเพื่อนไปถึงธรรมศาสตร์ คนนึงถึงเกเร แต่ก็อยู่เตรียม เอ็นติดด้วย?</p>
<p>มาย : เข้ามธ. เด็กวารสาร</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ทำไมไม่เข้าวิศวะล่ะ?</p>
<p>มาย : พอคุยกับคนเยอะๆ ปุ๊บ รู้สึกว่าจริงๆ ชีวิตมีอะไรเยอะแยะมาก เรารู้สึกชอบคุย ชอบสัมภาษณ์คน</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3612.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81731" alt="IMG-3612" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3612-1024x683.jpg" width="620" height="413" /></a> <a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3611.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81730" alt="IMG-3611" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3611-1024x683.jpg" width="620" height="413" /></a></p>
<p>อยากเป็นนักข่าวเหรอ?</p>
<p>มาย : ณ จุดนั้นเราอยากเป็นนักข่าว รู้สึกว่าชีวิตมีหลากหลายมาก ถ้าเราได้ถ่ายทอดจากคนที่ไม่มี<wbr />โอกาสได้พูดออกไป เราบอกแทนเขา เช่นนักข่าวก็น่าจะดี หรือไม่ก็ชอบตัวเลขอยู่หรือบั<wbr />ญชีดีวะ ก็ชั่งใจอยู่พักใหญ่ๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาโปดื่มแอลกอฮอล์แทนน้ำ?</p>
<p>อาโป : เป็นช่วงเรียนรู้ชีวิต ว่าถ้าเราทำพฤติกรรมแบบนี้บ่อยๆ เราจะชอบมั้ย เราก็ลองดื่มมันแทนน้ำเลย แล้วดูว่าเราชอบมันมั้ย แล้วพอทำไป ก็ได้เรียนรู้ว่าจริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบกับการดื่<wbr />มแอลกอฮอล์ เราไม่ชอบการใช้ชีวิตแบบนี้ ณ ตอนนั้นยืนมองตัวเองในกระจก แล้วเข้าใจได้ว่าเราหยุด เราเริ่มต้นชีวิตใหม่ดีกว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ไม่<wbr />ได้ดื่มแอลกอฮอลล์แล้ว</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>บางคนดื่มแล้วจะไหลไปกับสิ่งนั้<wbr />น อะไรทำให้เราหยุด พอ บางคนกว่าจะรู้และถามตัวเองว่<wbr />าชอบไม่ชอบ มันสายไปแล้ว จุดหันมาคิดมองตัวเองคืออะไร?</p>
<p>อาโป : โปว่าโชคดีที่บ้านโป เขาธรรมะธัมโม เขาจะฝึกเรื่องสติ ศีลธรรม เขาสอนเราอยู่ตลอด ทำให้เราฉุกคิดได้ว่าสิ่งที่<wbr />เราทำอยู่มันถูกต้องกับตัวเองมั้<wbr />ย อยู่ดีๆ ก็คิดขึ้นได้ ว่าสิ่งที่เราทำเรามีความสุขมั้<wbr />ย ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วมาเป็นนักแสดงได้ยังไง?</p>
<p>อาโป : พอดีช่วงที่ค้นหาชีวิต เราบังเอิญเจอผู้จัดการคนเก่า คือพี่เบิ้ม เขาก็พาไปเดินแบบ เดินอยู่สักพัก ตอนนั้นเขาให้ไปแคสที่ช่อง 3 บังเอิญแคสไม่ผ่าน เขาก็เลยบังเอิญไปเจออีกคน คือพี่หนุ่ม กฤษณ์ ตอนนั้นกำลังจะถ่ายสุดแค้นแสนรั<wbr />ก เขาให้ไปแคสเรื่องนั้น ที่เล่นกับพี่เบนซ์ด้วย นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ได้เป็นนั<wbr />กแสดง นั่นคือเรื่องแรก แคสกับช่องไม่ผ่าน แต่แคสกับพี่หนุ่ม พี่หนุ่มบอกว่าต้องเป็นบทคู่แฝด แล้วโปดันไปคล้ายกับอีกคนนึง เขาก็เลยให้มาลองดู แล้วส่งไปเรียนการแสดง ซึ่งผ่านมา 10 ปีพอดี พี่เบนซ์ยังสวยเหมือนเดิม (เบนซ์บอกว่าอาโปมีแววอยู่แล้ว เป็นคนขี้สงสัยแล้วก็จะถามเลย เด็กบางคนไม่ได้ถาม บอกมาก็เล่นตามนั้น แต่อาโปเป็นเด็กขี้สงสัย ซึ่งเป็นข้อดีเพราะพอถามแล้วได้<wbr />ความรู้ กว่าจะจบเขาก็เล่นเก่งเลย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หลังเรื่องสุดแค้นก็ได้เล่นอี<wbr />กหลายเรื่อง แล้วอะไรทำให้ตัดสินใจออกไปใช้<wbr />ชีวิตใหม่ ก้าวใหม่ของชีวิต?</p>
<p>อาโป : ต้องย้อนกลับไปก่อนว่าตอนนั้<wbr />นพอเล่นสุดแค้นเสร็จ บังเอิญได้ไปเล่นกับพี่อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ เรื่องเลือดมังกร แล้วเล่นกับพี่นก ฉัตรชัย พี่นกเขามีแพชชั่นทางด้านแสดง ทำให้เราฉุกคิดขึ้นมาว่าถ้<wbr />าเราจะเอาอันนี้เป็นอาชีพ เราต้องทำยังไงกับมันบ้าง ต้องตั้งคำถามยังไง ต้องศึกษายังไงกับการเป็นตั<wbr />วละคร เลยเป็นจุดเริ่มต้นว่<wbr />าเราจะเอาดีด้านนี้แล้วนะ เราทำมาเรื่อยๆ ก็คิดว่าการละครไม่ตอบโจทย์เรา สมมติปีนึงมีพีเรียดนึง มี 3 พาร์ต เขาถ่ายพาร์ตละ 2-3 เรื่อง มันทำให้เราไม่มีเวลาไปใช้ชีวิ<wbr />ตอย่างอื่น ตอนนั้นอยู่มา 2-3 ปีแล้ว ช่วงที่ผ่านมาเราถ่ายแต่ละคร ไม่ได้ทำอะไรเลย เราก็คิดว่าเฮ้ย ชีวิตเรามีแค่นี้เองเหรอ เราอยากออกไปเจอโลกบ้าง ได้เรียนรู้มุมอื่นบ้าง อยากไปทำงานที่ทุกคนทำงานอย่<wbr />างละเอียดอ่อน เราเป็นเด็กช่างสงสัย ก็จะถามตัวเองตลอด ทำไมถึงเป็นอันนี้ไม่ได้ ทำไมถึงได้แค่นี้ นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ตัดสิ<wbr />นใจว่าที่นี่ไม่เหมาะกับเรา เราก็เลยย้ายไป ตอนนั้นตัดสินใจออก เก็บของ ขายทุกอย่างทิ้งที่เมืองไทย แล้วไปอยู่ที่นิวยอร์ก</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3617.jpg"><img class="alignnone size-large wp-image-81729" alt="IMG-3617" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/IMG-3617-1024x683.jpg" width="620" height="413" /></a></p>
<p>มายเข้าวงการได้ยังไง?</p>
<p>มาย : พอเรียนวารสารเราก็เปิดใจว่าจริ<wbr />งๆ ต้องหาอะไรทำ ระหว่างเรียน เราจะได้เรียนรู้หน้างานด้<wbr />วยนอกจากวิชาการ การไปคุยกับคนต่างๆ ก็ได้มายด์เซ็ตว่าเราควรเปิ<wbr />ดใจกับทุกอย่างที่เข้ามา เพราะโลกกว้างมาก ก็เริ่มไปเป็นดีเจคลื่นวิทยุคลื่<wbr />นนึงตอน 18 เราก็คุยหมดเลย ช่างแต่งหน้าวันนั้นก็ยังแต่<wbr />งหน้าวันนี้ คนแรกกับปัจจุบันก็เป็นคนเดี<wbr />ยวกัน เราก็รู้สึกว่าวงการบันเทิงมี<wbr />หลากหลาย พอมีอะไรมาก็ไปแคส บวกกับความใจดีของเรามั้ง เวลาใครบอกไปทำนี่ให้หน่อยสิ เราก็ไปทำ โดยเราไม่ได้คาดหวังว่าจะดังหรื<wbr />อได้เงิน เพราะเราทำโดยไม่ได้ต้องการเรื่<wbr />องตรงนั้นสักเท่าไหร่ เหมือนคินน์พอร์ชเหมือนกัน เราก็แค่ไปช่วยเขา เพราะเขาบอกว่าบทนี้มาจากบุคลิ<wbr />กเราบางอย่าง เพราะนักเขียนรู้จักเรา ก่อนรู้จักนักเขียนก็เป็นโปรดิ<wbr />วเซอร์รายการ เขาก็ชวนเราไปออกรายการเขา แล้วเขาก็เห็นแค่นั้นเอง เราก็ไปสิ แต่ไม่มีใครรู้จักพี่นะ ไปได้มั้ย ก็ไปช่วยกัน หลังจากนั้นสองเดือนเขาก็ติดต่<wbr />อมาอีก ว่ามีนิยายที่เขาเขียน เขาอยากทำเป็นซีรีส์ เขาเขียนจากตัวมายประมาณใหญ่ๆ เลยแหละ ลองไปแคสให้ดู แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะเล่นหรือเปล่<wbr />านะ เพราะไม่รู้แอ็กติ้งได้ดี<wbr />ขนาดไหน ก็ลองดู แล้วก็ลุย มาถึงตอนนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาโปไปทำอะไรอยู่อเมริกา?</p>
<p>อาโป : เราอยากเปลี่ยนมุมมองใหม่ทั้<wbr />งหมด ตอนเล่นละครมา ก็จะมีระบบที่เขาบอกว่าคุณต้<wbr />องวางตัวแบบนี้ คุณต้องเป็นแบบนี้ ตอนนั้นรู้สึกว่าไม่ จริงๆ เราคือมนุษย์ เราควรทรีตทุกคนเท่ากัน เราควรใช้ชีวิตปกติได้สิ เราก็เลยตั้งใจไปที่นั่น แล้วขาดการติดต่อกับคนฝั่งนี้ เมื่อก่อนเรามีผู้จัดการ แต่ ณ วันนี้เราต้องดีลทุกอย่างด้วยตั<wbr />วเอง เวลาเราอยากได้อะไร มันเลยเหมือนต้องคิดเป็<wbr />นระบบมากขึ้น พอไปปั๊บก็คิดว่าถ้าวันนึ<wbr />งเราประสบอุบัติเหตุ เราเป็นนักแสดงไม่ได้ เราทำอะไรได้บ้าง ณ วันนั้นฉุกคิดมาว่าเราทำอะไรไม่<wbr />เป็นเลยนี่หว่า เราเป็นนักแสดงได้อย่างเดียว เราก็เริ่มค้นหาว่าเราเป็<wbr />นอะไรได้บ้าง เราเลยไปลองถูพื้น เป็นแคชเชียร์ เป็นบาร์เทนเดอร์ ก็คิดว่าเป็นชีวิตอีกแบบนึง นี่คือมนุษย์จริงๆ เพราะเรื่องภาพลักษณ์ที่เรามี เรื่องหน้าตาที่อื่นเขาไม่รู้จั<wbr />กเรา เขาไม่แคร์เราเลย เขาทรีตเราเป็นมนุษย์คนนึง ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าจริงๆ มนุษย์คืออะไร ซึ่งสิ่งนั้นแหละทำให้<wbr />เราอยากลองไปแคสเป็นนักแสดงที่<wbr />นั่น ต่อให้เวิร์กหรือไม่เวิร์กอย่<wbr />างน้อยเราได้ลองทำ บังเอิญโควิดเข้า เสน่ห์นิวยอร์กคือคนพลุกพล่าน พอทุกคนหยุดแล้วหายหมดเลย เราก็เฮ้ย เสน่ห์หายไป เราไปทำอย่างอื่นดีกว่า ก็คิดว่ากลับมาที่เมืองไทยดีกว่<wbr />า บังเอิญตอนนั้นมีคินน์พอร์ชเปิ<wbr />ดให้แคส เราก็เลยไปแคส แล้วบังเอิญได้เล่น จนทุกวันนี้</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อยู่นานมั้ย?</p>
<p>อาโป : ประมาณ 6 เดือน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เหมือนเส้นทางชีวิตต้องมาทางนี้ เขาดังมากจริงๆ คินน์พอร์ชเดอะซีรีส์ โด่งดังถึงขนาดไปเล่นคอนเสิร์<wbr />ตเวิลด์ทัวร์?</p>
<p>อาโป : ไปหลายเมือง มีไทเป สิงคโปร์ เกาหลี ฮ่องกง ฟิลิปปินส์</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลามีตติ้งแฟนคลับจะเป็นแบบนึง แต่นี่คอนเสิร์ตยิ่งใหญ่อลังการ รู้สึกยังไงบ้างที่วันนั้นพี่<wbr />เขาชวนเรา เราลองดู อีกคนโควิดกลับมาเมืองไทย จนความสำเร็จเวอร์วังขนาดนี้ รู้สึกยังไงบ้าง?</p>
<p>มาย : จริงๆ ผมมีความสุขมาก เพราะคลิกสุดท้ายที่เราเลือกว่<wbr />ามาทำบันเทิงเต็มตัวดีกว่า ให้เวลาโดยทิ้งงานอื่นไปเลย คือเราอยากสร้างความสุขให้คน ส่งต่อความสุขให้คนผ่านงานบั<wbr />นเทิง เราชอบกีต้าร์ เราชอบร้องเพลง แอ็กติ้งได้บ้าง มาผนวกรวมกัน พอไปคอนเสิร์ตเราได้<wbr />เจอคนหลากหลายประเทศ หลากหลายเมือง หลากหลายโลเกชั่น เราเห็นแววตาของความสุข เสียงกรีดร้องที่ไพเราะต่างๆ นานา มันเป็นเอนเนอร์จี้ที่เรามี<wbr />ความสุขจากงานที่พวกเราทำ นั่นคือทำให้ผมโอเคมากๆ กับเป้าหมายในวงการบันเทิง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาโป : โปภูมิใจมาก ในฐานะนักแสดง สิ่งที่เราทำ คือเราเป็นตัวแทนในการเล่<wbr />าประสบการณ์ชีวิตตัวละคร ให้คนดูได้กำลังใจ ได้เรียนรู้ชีวิต แต่พอเราได้ทำคอนเสิร์ต เราส่งไปปั๊บเราเห็นเลยว่าเขามี<wbr />ความสุข มันเลยเป็นอีกเวย์ที่เรารู้สึ<wbr />กว่ามันเจ๋ง เราแค่เต็มที่แล้วเขาก็มีความสุ<wbr />ขขึ้นมาโดยเราไม่ได้<wbr />ทำอะไรมากเลย ทำให้รู้ว่าหลายๆ ที่ในโลก สิ่งเชื่อมกันคือความสุข</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การสร้างมูลค่าทางสื่อ 160 ล้าน ไปทำอะไรมา?</p>
<p>มาย : จริงๆ เราสองคนเป็น House Ambassador ของดิออร์ ของประเทศไทย ไปร่วมงานที่ฝรั่งเศส</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อาโป : พลังของแฟนๆ ทั่วโลกเขาซัปพอร์ตกันลงโซเชียล มันเลยทำให้ยอดสื่อไปถึงขนาดนั้<wbr />น ก็ขอบคุณแฟนๆ มากๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>หนึ่งโพสต์ ทำให้ยอดซื้อสินค้าพุ่งทะยานเพิ่<wbr />มมากขึ้น สองคนรวมกัน 160 ล้านถือว่าเยอะมากๆ ล่าสุดมายเป็นอะไร?</p>
<p>มาย : เฟรนด์ ออฟ เกอร์แลง ต้องขอบคุณแบรนด์ด้วย ผมเป็นในพาร์ตของน้ำหอม เดือนที่แล้วไปฝรั่งเศสมา ไปดูของเกอร์แลง ทั้งเกอร์แลง ทั้งดิออร์ การทำงานเขาเจ๋งมากในทุกส่วนจริ<wbr />งๆ แล้วโปรดักส์เขาดีมากๆ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>คลิปสัมภาษณ์ มาย - อาโป</p>
<p><a href="https://youtu.be/SM_4xDRseZk" target="_blank" data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?q=https://youtu.be/SM_4xDRseZk&amp;source=gmail&amp;ust=1693114658166000&amp;usg=AOvVaw2ZwGgoTYGhwPfDCkyd2N4J">https://youtu.be/SM_4xDRseZk</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.woopmag.com/?feed=rss2&#038;p=81727</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“มิว” เปิดใจครั้งแรกหลังเพลงใหม่ดังไกลติดชาร์ตระดับโลก</title>
		<link>https://www.woopmag.com/?p=27983</link>
		<comments>https://www.woopmag.com/?p=27983#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2021 04:53:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ENTERTAINMENT NEWS]]></category>
		<category><![CDATA[GALLERY]]></category>
		<category><![CDATA[MewSuppasitStudio]]></category>
		<category><![CDATA[Mewsuppsit]]></category>
		<category><![CDATA[คุยแซ่บShow]]></category>
		<category><![CDATA[มิว ศุภศิษฏ์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.woopmag.com/?p=27983</guid>
		<description><![CDATA[“มิว” เปิดใจครั้งแรกหลังเพลงใหม่ดังไกลติดชาร์ตระดับโลก เป็นศิลปิน-นักแสดงที่มากความสามารถคนหนึ่งวงการบันเทิงไทยสำหรับหนุ่ม “มิว” ศุภศิษฏ์  ซึ่งวันนี้จะมาเปิดเผยเส้นทางจากเด็กเนิร์ด สู่นักแสดงหนุ่มสุดปัง ที่เคยโดยปฎิเสธงานจนท้อจนเกือบเลิกตามฝัน พร้อมเผยความรู้สึกที่งานเพลงดังไกล ติดชาร์ต Billboard Charts ถึง 5 เพลงด้วยกัน ในรายการ “คุยแซ่บSHOW”  ทางช่องOne31 ที่มี  “หนิง” ปณิตา  และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ รู้สึกอย่างไรที่เพลงใหม่ติด Billboard Charts ถึง 5 เพลง และได้ขึ้นนิตยสาร  Forbes &#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ก็ติด 5 เพลง มี Drowning, Missing You, Let Be Me, More And More, Time Machine รู้สึกดีใจมาก ๆ ตอนที่ผมรู้ข่าวคือทาง Bill Brod ...]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584671559.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27990" alt="1628584671559" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584671559.jpg" width="627" height="941" /></a></p>
<p>“มิว” เปิดใจครั้งแรกหลังเพลงใหม่ดั<wbr />งไกลติดชาร์ตระดับโลก</p>
<p>เป็นศิลปิน-นักแสดงที่<wbr />มากความสามารถคนหนึ่งวงการบั<wbr />นเทิงไทยสำหรับหนุ่ม “มิว” ศุภศิษฏ์  ซึ่งวันนี้จะมาเปิดเผยเส้<wbr />นทางจากเด็กเนิร์ด สู่นักแสดงหนุ่มสุดปัง ที่เคยโดยปฎิเสธงานจนท้อจนเกื<wbr />อบเลิกตามฝัน พร้อมเผยความรู้สึกที่งานเพลงดั<wbr />งไกล ติดชาร์ต Billboard Charts ถึง 5 เพลงด้วยกัน ในรายการ “คุยแซ่บSHOW”  ทางช่องOne31 ที่มี  “หนิง” ปณิตา  และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ</p>
<p>รู้สึกอย่างไรที่เพลงใหม่ติด Billboard Charts ถึง 5 เพลง และได้ขึ้นนิตยสาร  Forbes<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ก็ติด 5 เพลง มี Drowning, Missing You, Let Be Me, More And More, Time Machine รู้สึกดีใจมาก ๆ ตอนที่ผมรู้ข่าวคือทาง Bill Brod เขาทวิตเตอร์มาหาผมเอง ติดในหมวด Digital Song Sales Chart ส่วนที่ได้ขึ้นิตยสารก็ดี<wbr />ใจและตื่นเต้น ตอนที่รู้ข่าวก็ตื่นเต้นมากๆ ก็อยากขอบคุณแฟนๆ มากๆ เพราะแฟนๆ คอยช่วยเหลือเรา คอยอยู่ข้างๆ เราตลอด</p>
<p>คิดไหมว่าจะมาไกลขนาดนี้<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ก็ไม่ได้คิดว่าจะติดบิวบอร์ด หรือว่าจะมี Frobos  เขียนถึง ก็เป็นเรื่องที่เซอร์ไพร์สมากๆ เพราะอัลบั้มนี้เราต้องการแค่<wbr />อยากทำเพลงที่มีคุณภาพ ให้กับแฟน ๆ เพราะเรารู้สึกว่าแฟนๆ สนับสนุนเรามาตลอดเราก็อยากที่<wbr />จะพัฒนาผลงานเรา ลองแนวเพลงใหม่ ๆ ของดิสคอฟเวอร์กับเพลง กับทำนอง กับเนื้อร้อง แล้วเราก็ถ่ายทอดออกมาเป็น 10 เพลงนี้ ต้องบอกก่อนว่าตั้งใจมากจริงๆ ทั้งตัวผมเอง ทั้งคนที่มาร่วมงานด้วย</p>
<p>ในนิตยสาร Frobos เขียนชื่นชมเราอย่างไรบ้าง<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : Frobos ก็จะเขียนถึงเรื่องเพลงประมาณว่<wbr />า  เรามาใหม่ในเรื่<wbr />องงานเพลงและเพิ่งมีอัลบั้<wbr />มแรกด้วย แต่สามารถติดชาร์ตได้ถึง 5 เพลงซึ่งสุดยอดมากๆ ก็ต้องขอบคุณทาง Frobos ด้วย</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584700139.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27987" alt="1628584700139" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584700139.jpg" width="784" height="522" /></a></p>
<p>ก่อนเข้าวงการเป็นเด็กเนิร์<wbr />ดมาก่อน<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ใช่ครับคือของผมจะอยู่<wbr />ในกรอบมากๆ ก็จะตั้งใจเรียนมากๆ  และก็ชอบเล่นเกม ติดเกม ชอบดูหนังปกติ และเป็นคนที่ขี้อายมากๆ  ถามว่ามีความอยากเป็นนักแสดงตั้<wbr />งแต่เด็กไหม คือถ้าเป็นเรื่องร้<wbr />องเพลงเราชอบร้องเพลงอยู่แล้<wbr />วแต่ไม่ถึงขั้นจะปล่<wbr />อยเพลงออกมาออกมาจริงจัง ส่วนเรื่องการเป็นนักแสดงก็ไม่<wbr />เคยคิดเลย และที่ไม่เคยไปประกวดร้องเพลงที่<wbr />ไหนเพราะเราเป็นคนขี้อายมากๆ ขี้อายถึงขั้นไม่กล้าจับไมค์ ถ้าถือไมค์มือจะสั่น ถามว่าลึกๆ อยากเป็นศิลปินไหม ผมคิดว่าตอนนั้นอยากเหมือนกั<wbr />นแต่เราไม่กล้าพอที่จะทำตรงนี้ เพราะว่ากลัวมากๆ กลัวไปหมดเลย เพราะตอนเด็กจะเป็นคนที่<wbr />ชอบเอาความคาดหวังของคนอื่<wbr />นมาใส่ตัวเอง เวลาไปหน้าชั้นก็จะคิดว่<wbr />าอาจารย์จะคิดอย่างไรกับเรานะ เพื่อนๆ เราจะคิดอย่างไรกับเรานะ ก็เลยทำให้ไม่มีความเป็นตั<wbr />วของตัวเองเลย ไม่รู้จะต้องวางมืออย่างไร ไม่รู้จะต้องพูดอย่างไรดี</p>
<p>มีเรียนร้องเพลง มีเรียนแสดงไหม<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ถ้าตอนเด็กๆ เรายังไม่จริงจัง คือมันมีช่วงหนึ่งที่เรามี<wbr />เวลาว่าง เราแค่อยากลองพัฒนาอะไรบางอย่<wbr />างดู เราชอบร้องเพลงก็เรียนร้<wbr />องเพลงดูไหม พอเรียนไปเรื่อยๆ มันทำให้เราได้ร้องให้คนอื่นฟั<wbr />งบ้าง ซึ่งทำให้เราคลายกังวลไปบ้าง</p>
<p>จุดเริ่มต้นที่เข้ามาวงการบั<wbr />นเทิงคืออะไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : เริ่มจากไปเรียนพิเศษ คือไปเรียนติวเข้ามหาวิทยาลัยที่<wbr />สยาม แล้วไปเจอโมเดลลิ่ง ซึ่งเขาบอกเราว่าเราหน้<wbr />าตาโอเคมากเลย มาแคสโฆษณาให้พี่หน่อยได้ไหม มีสัญญาให้เซ็นเลย คือผมก็ตกใจมาก แล้วก็โทรหาบอกมะม๊าก่อนอยากให้<wbr />ไปลองแคสโฆษณาดูแล้วก็อยากให้<wbr />เซ็นสัญญาเลย มะม๊าบอกว่าเอาสัญญากลับมาดูก่<wbr />อนไหมถ้าอยากทำก็ลองทำไปก่อน สุดท้ายไม่ได้เซ็นต์ ตอนไปแคสก็ได้เหมือนกันเป็นซิ<wbr />มมือถือแต่ไม่ได้ถ่าย</p>
<p>แต่กว่าจะได้เล่<wbr />นโฆษณาแคสโฆษณามาเยอะมาก<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ใช่ๆ ถามว่าแคสถึงร้อยไหมน่าจะถึง เพราะมีช่วงหนึ่งที่เราแคสงาน 7 วันเลย แล้วแต่ละวันเราก็แคส 3-4 งาน วนไปเรื่อยๆ แต่ไม่ได้ นอกจากแคสโฆษณาก็มีไปเดินแบบ ไปถ่ายนิตยสาร ตอนเดินแบบผมยังคิดว่าน่<wbr />าจะสบายกว่างานอื่น เพราะเราแค่เดินเฉยๆ แต่พอเราไปดูรูปแล้วทำไมเราดู<wbr />แย่จัง คือนักเดินแบบเก่งๆ เขาต้องมีอินเนอร์บางอย่างเพื่<wbr />อนำเสนอเสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่ ซึ่งตอนที่ผมเดินแรกๆ ผมไม่รู้เรื่องก็เลยรู้สึกว่<wbr />าทำไมเราดูแย่จังเลย</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584675072.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27991" alt="1628584675072" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584675072.jpg" width="941" height="627" /></a></p>
<p>อยากรู้ว่ามิวเรียนมาทางด้านไหน<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : เรียนวิศวะ เพราะตอนม.6 เคยถามมะม๊ากะปะป๊าว่าขอเรียนนิ<wbr />เทศน์ได้ไหม แต่ท่านว่าไม่เอา เพราะอาม่าอยากให้เรียนวิศวะกั<wbr />บหมอเท่านั้น ผมเลยเรียนวิศวะ เพราะถ้าเรียนหมอมันต้องเรี<wbr />ยนนาน ต้องเรียน 6 ปี แถมยังต้องไปเรียนสายเฉพาะอีก ถ้าเรียนหมอก็คงจะต้องยุ่งมากๆ คงไม่มีเวลามาแคสโฆษณา อะไรแบบนี้  แต่ตอนนี้เรียนนานกว่าเรียนหมอ เรียนยันเอก เรียนมา 8-9 ปีแล้ว</p>
<p>ดูมิวผูกพันธ์กับครอบครัว<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : คือผมรู้สึกว่าเราเติ<wbr />บโตมาเพราะมีพวกท่านดู<wbr />แลมาโดยตลอด ผมรู้สึกอบอุ่น และท่านเป็นที่ปรึกษาให้เราได้<wbr />และท่านก็คอยให้กำลังใจเราตลอด เวลาที่เรามีคำถามอะไร หรือว่ามีอะไรที่ต้องตัดสินใจที่<wbr />มันยากมากๆ ก็จะคอยปรึกษาท่าน</p>
<p>ทำไมเลือกคุยกับคนที่บ้านก่อนที่<wbr />จะคุยกับเพื่อน<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : คือผมรู้สึกว่าเพื่<wbr />อนเราจะชอบเออออตาม ไม่อย่างนั้นคงเป็นเพื่อนกันไม่<wbr />ได้หรอก (หัวเราะ) บางทีเราอยากจะได้มุมมองที่<wbr />มองไกลกว่าเรา ก็เลยเลือกที่จะปรึกษาคนที่เป็<wbr />นผู้ใหญ่กว่าเราบ้าง หรืออาจจะเป็นคนที่เด็กกว่<wbr />าเราเยอะๆ</p>
<p>แคสงานไม่ได้ครอบครัวว่าอย่<wbr />างไรบ้าง<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ตอนนั้นทางบ้านก็จะบอกว่า ถ้าการเรียนเราโอเค อยากทำอะไรก็ทำได้เลย เราแคสงานมาแล้วไม่ได้เขาก็ไม่<wbr />ได้ว่าอะไรถือว่าเป็นบทเรียน สำหรับเราด้วย แต่พอถึงเวลาจริงๆ การแคสงานมันยากมากๆ เพราะเวลาไม่ได้ เขาไม่เคยบอกเราเลยว่าไม่ได้<wbr />เพราะอะไร เขาจะบอกแค่ว่าเราไม่ได้ มันทำให้เราต้องไปคอยรีเช็คตั<wbr />วเองว่า ทำไมถึงไม่ได้ คือถ้าเขาแจ้งมาเราจะได้ไปพั<wbr />ฒนาปรับปรุงตัวเราได้ แต่ผมไม่เคยทราบเลย มันทำให้เรารู้สึกว่า ทำไมเราไม่ได้นะ ทั้งๆ ที่เราก็ทำเต็มที่แล้ว  เราก็เลยโทษแต่คนอื่น แต่ไม่เคยโทษตัวเองเลย ถามว่ามีท้อบ้างไหม ก็มีเหมือนกันนะ เพราะบางทีเราไปแคส 3-4 งานแต่ไม่ได้ เพราะบ้านก็อยู่นนท์ แต่เราต้องแคสงานไกลถึงทาวน์อิ<wbr />นทาวน์ ซึ่งมันไกลมากๆ  พอไม่ได้เยอะมากๆ เราก็เลยขอเบรกก่อนดีกว่า แล้วกลับมานั่งทบทวนตัวเองดู เราไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าการที่<wbr />เราจะเป็นนักแสดงได้เราต้องมี<wbr />ความสามารถเรื่องการแสดง ทำไมเราไม่มองตรงจุดนี้ เราแค่แคสไปเรื่อยๆ แต่ไม่เคยพัฒนาเรื่องการแสดงเลย ก็เลยรู้สึกว่าเป็นเพราะเรานี่<wbr />แหละที่ห่วย ก็เลยไปเรียนแคสติ้งก่อนแล้วค่<wbr />อยกลับมาแคสใหม่</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584668332.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27989" alt="1628584668332" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584668332.jpg" width="627" height="941" /></a></p>
<p>คนอื่นเบรก 2-3 อาทิตย์ แต่มิว เบรกที 3 ปี<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ใช่ ก็ไปเรียนแอคติ้ง พอเรากลับมา ไปแคสโฆษณาก็ผ่าน และได้เล่นซีรีส์ด้วย</p>
<p>จบวิศวะทำไมไม่ทำงานด้านวิศวะ<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : คือมีช่วงหนึ่งที่ได้ไปเรียนต่อ ช่วงนั้นจะว่างมากๆ และที่บ้านก็จะรุ้สึกว่าทำไมไม่<wbr />ยอมทำงานต่อสักที ผมเลยรู้สึกว่าเรายั<wbr />งอยากทำงานตรงนี้อยู่ คือถ้าเราไปทำงานด้านวิศวะเราต้<wbr />องจริงจังแน่นอน และคงไม่ได้มาทำงานด้านนี้อี<wbr />กแล้ว</p>
<p>ที่บ้านว่าอย่างไรในเมื่<wbr />ออยากทำงานบันเทิง<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : อาม่ากับคุณแม่เขาใจดี  ส่วนปะป๊าจะบอกว่า ถ้าอยากแคสงานต่อก็ไปเรียนปริ<wbr />ญาโทละกัน ผมก็เลยโอเคว่าเรียนโทต่อให้ ก็เรียนโททางด้านวิศวะสายเดิม ช่วงระหว่างเรียนโทก็ไปเป็<wbr />นอาจารย์พิเศษบ้าง แต่พอจบโทมามันมีซีรีส์กระแสก็<wbr />เริ่มมา งานก็เยอะมาก แต่งานสอนเราก็ยังรับอยู่ ไปเป็นอาจารย์พิเศษบ้าง แต่ถ้าจะให้ไปเป็นเต็มเวลาคงไม่<wbr />ได้เพราะเวลาไม่ได้จริงๆ</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584702634.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27988" alt="1628584702634" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584702634.jpg" width="784" height="522" /></a></p>
<p>เวลาเด็กเรียกอาจารย์รู้สึกอย่<wbr />างไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ก็จั๊กกะจิ้ เพราะน้องที่เราสอนก็ห่างกั<wbr />บเราแค่ 3-4  ปี แต่มาเรียกเราว่าอาจารย์ เราก็รู้สึกโตๆ เวลาสอนผมจะทำสไลด์แล้วจะชอบพู<wbr />ดแล้วให้น้องเขาจดตาม คือผมจะสอนเรื่องสถิติก็<wbr />เลยทำให้มีโจทย์อะไรแบบนี้ คือจะสอนเป็นพาร์ทแรก แล้วเว้นเป็นโจทย์ไว้แล้วให้ทุ<wbr />กคนลองทำดู  แต่เวลาเรียนก็จะมีเด็กมาแซวๆ ว่าอาจารย์จะมาสอนหรือมาเดินแบบ</p>
<p>ทำงานหลายอย่าง แล้วที่บ้านก็มีกิจการของตัวเอง อยากรู้ว่าที่บ้านอยากให้เราสื<wbr />บทอดกิจการไหม<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : เอาจริงๆ  คุณพ่อคุณแม่ยังไหว ท่านรู้สึกว่<wbr />าเราอยากทำอะไรเราก็ไปก่อนได้<wbr />เลย ส่วนตัวธุรกิจที่ท่านทำอยู่นัน้ ก็จะเป็นธุรกิจที่คอยซัพพอร์<wbr />ทเราเมื่อเราไม่รู้ว่าจะต้<wbr />องทำอะไร</p>
<p>การเป็นผู้จัดละครนี่ใช่ความฝั<wbr />นของเราไหม<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  :  เป็นอาชีพหนึ่งที่ผมอยากทำมากๆ  ตอนนี้เป็นผู้จัดซีรีส์เรื่อง “The Ocean Eyes” เป็นซีรีส์ที่ร่วมทุนกับฝั่<wbr />งอเมริกาด้วย ฝั่งจีนด้วย เป็นซีรีส์ที่มีโปรดักซ์ชั่น ที่มีต่างประเทศมาเข้าร่วมด้วย ซึ่งขอบอกก่อนว่า เป็นเรื่องของสัตวแพทย์<wbr />ทางทะเลนั้นเป็นเรื่<wbr />องแรกของเอเชียเลย</p>
<p>ซีรีส์เรื่อง “The Ocean Eyes” เรื่องราวเป็นอย่างไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  :  เป็นเรื่องราวของทีมสัตวแพทย์ เป็นสัตวแพทย์ทางทะเลมีชื่อที<wbr />มว่า “The Ocean Eyes เป็นทีมท็อปของประเทศไทย แล้วทีนี้ก็จะมีการรับบุ<wbr />คคลากรใหม่เข้ามา ก็จะมีตัวละคร 4 ตัว ชื่อ นที  เกรซ พริตตี้ เซ้นท์ ซึ่ง 4 ตัวละครนี้เป็นสมาชิกใหม่ที่เข้<wbr />ามาในทีม แต่ละคนก็จะมีพื้<wbr />นเพมาจากคนละครอบครัว มีปมในชีวิตคนละอย่างกัน พอมาอยู่ในทีมนี้การทำงานร่วมกั<wbr />นเป็นอย่างไรบ้าง การที่แต่ละคนมี<wbr />ความสามารถเฉพาะตัว จะมาอะแดปในการทำงานร่วมกันได้<wbr />อย่างไร เวลาเจอเคส เจอปัญหาต่างๆ ตัวละครแต่ละตัวจะไปในทิศทางไหน ก็อยากให้มาติดตามกัน</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584684365.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27985" alt="1628584684365" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584684365.jpg" width="784" height="522" /></a></p>
<p>เห็นว่าช่วงที่ซีรีส์ออนแอร์มิ<wbr />วดังมาก ได้ถูกเชิญไปต่<wbr />างประเทศหลายประเทศมากด้วย<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ใช่ครับแต่ไม่ได้ไปเพราะว่าโควิ<wbr />ดมาพอดี ตอนนั้นมีโอกาสไปฟิลิปปินส์บ้<wbr />างแล้ว ตอนกลับก็ยังเสียวๆ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้<wbr />างเพราะตอนนั้นเริ่มล็อกดาวน์<wbr />แล้ว ซึ่งแพลนไปต่างประเทศนั้นมี<wbr />ประมาณ 6- 7 ประเทศได้ แล้วในบางประเทศอย่างจีน ก็จะต้องไปหลายมณฑล สุดท้ายไม่ได้ไป</p>
<p>การร้องเพลงอีกส่วนหนึ่งที่<wbr />เราลงทุนถึงขั้นเปิดสตูดิโอเอง<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : คือหลังจากที่โควิดมามันจะมีช่<wbr />วงล็อกดาวน์แรกๆ ที่เราได้มานั่งทบทวนตัวเองว่<wbr />ามันยังมีอะไรที่ยังอยากทำอยู่<wbr />แต่ยังไม่ได้ทำ ซึ่งผมคิดว่าที่จะทำได้ในตอนนั้<wbr />นคือการร้องเพลง อยากทำเพลง ก็เลยรู้สึกว่า ถ้าจะทำเพลงก็ควรจะเปิดค่ายขึ้<wbr />นมาเพื่อจะดูแลเราคนเดียวเพื่<wbr />อที่จะเป็นศิลปิน  ผมเห็นจากเพื่อนหลายๆ คน เขาจะโดนค่ายเซ็ทอะไรบางอย่างมา เพราะมันเป็นแผนงานของเขา ซึ่งเราอยากทำเพลงที่เป็นตั<wbr />วเราจริงๆ ทั้งตัวเนื้อเพลง ตัวเอ็มวี สไตล์ต่างๆ คือเราอยากทำเองหมดเลย  อยากมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน คือถ้าเราอยู่ค่ายก็ต้<wbr />องทำตามเขาส่วนหนึ่ง  แต่ถ้าเราสามารถทำเองได้ มันก็เป็นผลงานของเราก็เลยคิดว่<wbr />าทำเองดีกว่า<br />
เวลาเจออุปสรรเราสู้อย่างไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : อย่างแรกเลยคือเรามี<wbr />คนมากมายคอยซัพพอร์ตเรา รักเรา เราไม่อยากทำให้เขาผิดหวัดว ไม่อยากไปทำลายความรักของเขา ไม่อยากดูถูกความรักที่เขาให้<wbr />เรามา  งานทุกอย่างมันมีเหนื่อยอยู่ แต่ถ้าเราล้มเลิกไป แล้วคนที่คอยให้ความรักเรามา คอยซัพพอร์ตเรา เขาจะติดตามเราจากไหน แล้วเขาจะเติมพลังใจของเขาได้<wbr />อย่างไร เพราะเราเป็นพลังใจของเขาจริงๆ เราก็เลยรู้สึกว่าเราล้มได้แต่<wbr />ต้องลุกให้เร็วที่สุด เราเหนื่อยได้ แต่ต้องฟื้นให้เร็วที่สุด และต้องพัฒนาตัวเองอยู่เสมอเพื่<wbr />อตอบแทนสิ่งที่เขาให้มาโดยตลอด</p>
<p><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584677750.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27984" alt="1628584677750" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584677750.jpg" width="941" height="627" /></a></p>
<p>ตอนเจอมรสุมเปิดค่ายเพลงได้ยิ<wbr />นว่าไม่เสพโซเชียลเลย</p>
<div>&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ใช่ ตอนนั้นเรานอยด์มากๆ และห่วงแฟนๆของเรามาก ๆ ช่วงนั้นไม่เสพโซเชียล ลบแอดทวิตเตอร์เลยช่วงนั้น จะได้ไม่ต้องเข้าไปดู</div>
<div></div>
<div>ได้บทเรียนอะไรกับมรสุม กับการวิพากษ์วิจารณ์ของคนบ้าง<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : อย่างแรกคือเราห้ามคนวิจาร์ณไม่<wbr />ได้ เพราะเราเลือกมาอยู่ในจุดที่มี<wbr />คนคนวิจารณ์อยู่แล้ว วงการบันเทิงเป็นงานศิลปะ งานศิลปะอยู่ที่เทสท์ของแต่<wbr />ละคนอยู่แล้ว เรื่องคำวิจารณ์มันมีอยู่แล้ว ถ้าคำวิจารณ์มันเพื่อปรับปรุงพั<wbr />ฒนาเรา เราจะเก็บไว่พัฒนาตัวเอง แต่ถ้าอันไหนเป็นการสาดอารมณ์<wbr />ใส่เรา เรารู้สึกว่าเราปล่อยไปดีกว่<wbr />าเพราะมันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย อันนี้คืออย่างแรก อีกอย่างหนึ่งคือในทุกๆ วงการคนที่มีความสามารถเท่านั้<wbr />นถึงจะอยุ่รอด สุดท้าย ถ้าเราหยุดพัฒนาตัวเองมันจะมี<wbr />คนที่จะมาแซงเรา จะมีคนที่จะมาแทนเราอยู่เสมอ เราต้องสร้างสรรค์ผลงานใหม่ เติมสกิลให้เราเก่งขึ้นในอดีต “มิว” เคยอกหักจริงเหรอ แล้วทำอย่างไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ครับ คือผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึ<wbr />งอกหัก อาจจะเป็นเพราะจีบใครไม่เป็นสั<wbr />กเท่าไหร่ ตอนอกหักก็มีเหมือนกัน ที่เปิดเพลงเศร้า มีคารีเนตแล้วก็เป่า สาวๆ ที่บอกเลิกส่วนใหญ่ก็จะบอกว่<wbr />าเข้ากันไม่ได้ ซึ่งเราก็รู้แหละว่าเราเข้ากั<wbr />นไม่ได้จริงๆ  เพราะบางทีเราอยากได้อย่างหนึ่<wbr />งเขาอยากได้อย่างหนึ่ง สุดท้าย ก็ไม่มีใครลดหย่อนเข้าหากัน ก็อยู่ด้วยกันไม่ได้</p>
<p>ปัจจุบันสถานะหัวใจเป็นอย่างไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ปัจจุบันก็โสด โสดมาหลายปีอยู่เหมือนกัน เพราะตอนที่งานหนักมากๆ เราก็จะจริงจังกับงาน แล้วคนที่เราคุยอยู่เขาเป็<wbr />นรองเรื่องงาน เขาคงจะไม่ค่อยแฮปปี้  ผมก็เลยเกรงใจเขา แล้วก็รู้สึกว่าเราไม่มีเวลาให้<wbr />เขา ก็เลยยังไม่พร้อม</p>
<p>สเปกสาวเป็นอย่างไร<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ตอนเด็กๆ ก็คิดว่าตัวเล็กๆ ขาวๆ น่าจะเข้ากับเราได้ แต่ปัจจุบันเราเปิดกว้างขึ้<wbr />นมากๆ คือถ้าเป็นใครที่พร้อมจะเติ<wbr />บโตไปกับเรา เข้าใจเรา ถ้ามีปัญหาอะไรแล้วมานั่<wbr />งทำความเข้าใจกัน ก็โอเคแล้ว</p>
</div>
<div><a href="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584691594.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-27986" alt="1628584691594" src="http://www.woopmag.com/wp-content/uploads/1628584691594.jpg" width="941" height="627" /></a>สถานะโสด แต่เพลงใหม่แต่งให้กับผู้หญิ<wbr />งคนหนึ่งที่สำคัญมากในชีวิต<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : เพลงนี้แต่งให้อาม่า ตอนที่เริ่มแต่งเพลงนี้ผมได้มี<wbr />โอกาสไปเที่ยวทะเล ได้ไปดำน้ำ แล้วคิดว่าถ้าเราได้แต่<wbr />งเพลงอยากแต่งเพลงที่เกี่ยวกั<wbr />บการจมลงไปจังเลย เพราะว่าเราชอบความรู้สึกที่ได้<wbr />ดำลงไปในน้ำ แล้วก็นึกว่าถ้าเล่าเรื่องการจม เราจะเล่าเรื่องอย่างไรให้มีดู<wbr />แล้วอบอุ่นต้องทำอย่างไรดี ก็เลยนึกว่าถ้ามันเป็<wbr />นการจมไปในความทรงจำล่ะ ความทรงจำดีๆ ของใครคนหนึ่งที่บางครั้<wbr />งเราอาจจะไม่ได้อยู่กับเขาแล้ว มันทำให้ความรู้สึกเหล่านี้<wbr />เรารู้สึกถึงอาม่าก่อนเป็นคนแรก เพราะอาม่าเสียไปได้ 5 ปีแล้ว แต่เวลาที่เราเหนื่อย เวลาที่เราเศร้า เวลาที่เราท้อ เราก็จะนึกถึงภาพตอนที่เขาอยู่<wbr />ด้วย แค่โมเม้นท์ง่ายๆ ในเอ็มวี แค่เขาทำข้าวผัดให้เรา นึกถึงตอนที่เขาทำโกโก้ให้เรากิ<wbr />นตอนเช้า ตอนที่เขาคอยโอ๋เราเวลาที่<wbr />เราเสียใจ ก็มีความสุขแล้ว</p>
<p>รู้สึกอย่างไรกับกระแสตอบรับ<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ดีใจมากๆ เสียใจอย่างหนึ่งที่เราไม่ได้<wbr />ทำตรงนี้ตอนที่เขายังอยู่ และเหตุผลหนึ่งที่ผมยั<wbr />งโกออนในเส้นทางนี้อยู่ เพราะตอนที่เขาเสียผมรุ้สึกว่<wbr />าเรายังไม่มีผลงานจริงๆ จังให้เขาดูเลย แม้ตอนนี้ผมจะไม่รู้ว่เขาไปอยู่<wbr />ไหนแล้ว เพราะเขาเสียไปแล้ว ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่รูปแบบไหน เขาเกิดใหม่หรือเปล่าเราก็ไม่รู้<wbr /> แต่ถ้าเรามีชื่อเสียงโด่งดั<wbr />งมากๆ จนไปถึงเขาได้ มันก็คงจะดีมากๆ</p>
<p>มิวอยากบอกอะไรกับอาม่าบ้าง<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : อยากจะบอกว่า ขอบคุณอาม่ามากๆ ที่ทำให้ปะป๊าเกิดมาแล้วปะป๊<wbr />าทำให้ผมเกิดมา และขอบคุณที่คอยดูแลมาตลอด ขอบคุณที่ให้ความอบอุ่น ของคุณที่ทำให้ผมแต่งเพลงๆ แรกในชีวิตได้แล้วเพลงๆ นี้มันก็ติดบิวบอร์ดด้วย  ขอบคุณอาม่ามากๆ เลยครับ</p>
<p>ฝากผลงานหน่อย<br />
&#8220;มิว” ศุภศิษฏ์  : ถ้าเป็นเพลงก็สามารถติดตามได้ทุ<wbr />กแพลตฟอร์มออนไลน์ ส่วนมิวสิควิดีโอสามารถติ<wbr />ดตามได้ทางยูทูบแชลแนล และสามารถติดตามได้ทางเฟสบุ๊ค ทางไอจี อินสตาแกรมและทางทวิตเตอร์ด้<wbr />วยครับ</p>
<p>ติดตามชมคำสัมภาษณ์แบบเต็มๆ ได้ในรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama</p>
</div>
<div><iframe width="550" height="300" src="http://www.youtube.com/embed/DNB9VHUCY-g?rel=0" frameborder="0" allowfullscreen></iframe></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://www.woopmag.com/?feed=rss2&#038;p=27983</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
